[SF] LAW [in] LOVE :: ~Freedom of Contract~
posted on 12 Dec 2009 01:43 by kihae129912
อ่านต่อกันเลยนะจ๊ะ ^_^
แน่นอนทุกคนย่อมมีสิทธิเท่าเทียมกันที่จะกระทำการใดๆตามอำเภอใจแต่อย่าลืมว่ากฎหมายก็ได้วางกรอบเอาไว้ให้เราเฉกเช่นเดียวกับรั้วกำแพงแก้วอันเป็นปราการป้องกันตัวเราจากการกระทำของบุคคลอื่นและในขณะเดียวกันก็เป็นการป้องกันมิให้เราไปกระทำต่อบุคคลอื่นด้วย เพราะฉะนั้นพึงระลึกไว้เสมอว่า เราย่อมใช้สิทธิเสรีภาพของตนเท่าที่ไม่เป็นการก้าวก่ายสิทธิและเสรีภาพของคนอื่น เมื่อใดที่เราสามารถทำได้เช่นนี้ก็คงจะไม่มีปัญหา...
แต่ทว่า..กฎมีไว้ให้ ‘แหก’ ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ นี่แหละสโลแกนประจำตัวคุณชายมาดนิ่ง เย็นชา นามว่า ‘คิมคิบอม’
ร่างสูงในคราบเสื้อเชิ้ตสีขาว สวมทับด้วยเสื้อสูทสีเข้ม แต่ก็ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มที่สีหน้าเคร่งขรึมดูน่ากลัวเลยสักนิด จะอะไรซะอีกล่ะ ก็เจ้าเสื้อเชิ๊ตเนื้อบางเบาตัวในมันถูกปลดกระดุมเพียงสองสามเม็ดบนแต่มันก็เพียงพอที่จะเผยให้เห็นช่วงอกอันแข็งแกร่งน่าลิ้มลองและน่าสัมผัสยิ่งนัก เปรียบเสมือนอาหารตาและอาหารใจสำหรับสาวๆที่คอยส่งสายตาระยิบระยับเชิญชวนมาให้เป็นระยะ
“ไงแก..มานั่งอ่อยอยู่ได้” เสียงทุ้มเอ่ยทักพลางเอามือตบบ่าเพื่อนรักเป็นเชิงทักทาย
“อ่อยบ้าอะไร อย่ามาตลกแถวนี้ ไม่ขำ” พูดพลางยกแก้วว๊อดก้ากระดกรวดเดียวหมด แล้วกระแทกโต๊ะเสียงดัง ยังดีที่เสียงเพลงกลบไม่งั้นผู้คนคงได้แตกตื่นคิดว่ามีเรื่องแน่ๆ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เจ้าเพื่อนตัวดีอย่างชีวอนตกใจเท่าจำนวนแก้วที่วางเกลื่อนเต็มโต๊ะไปหมด
“เฮ้ย!! อย่าบอกว่านี่ผลงานแกล้วนๆ” ชีวอนตะโกนถามอย่าลืมตัว จะไม่ให้ตกใจได้ไงล่ะ..ก็เจ้าเพื่อนตัวดีร้อยวันพันปีมันไม่มีทางกรอกแอลกอฮอล์ลงตับได้ขนาดนี้หรอก ถ้าเป็นเบียร์ก็ว่าไปอย่าง ==”
“ทำไม..” เอียงคอถามพลางส่งสายตาหวานเยิ้มไปให้ นี่ถ้าไม่เมาชีวอนคงเข้าใจว่าเจ้าหมอนี่กำลังอ่อยเค้าเป็นแน่แท้
“เปล่า..ก็แค่ทุกทีเห็นซดแต่เบียร์” ตอบพลางยกแก้วคอกเทลสีฟ้าสดใสขึ้นจิบ ชีวอนไม่ค่อยถูกกับแอลกอฮอล์แรงๆเท่าไหร่นัก อาจจะด้วยอาชีพที่ทำนั้นเค้ารู้ดีถึงโทษมากกว่าประโยชน์จึงจำต้องหลีกเลี่ยง แต่ก็ไม่เคยจะได้สักทีเพราะถ้าหากได้ถูกเจ้าเพื่อนตัวดีลากมาเมื่อไหร่ก็ต้องโดนให้ดื่มเป็นเพื่อนเสมอๆ ไม่งั้นไอ้บ้านี่มันจะพาลหาว่าไม่รักกันจริง คุณหมอชีวอนปวดประสาทจริงๆครับพี่น้อง
ใครก็ได้ช่วยบอกผมทีว่า ความเป็นเพื่อนนี่มันถูกสนธิสัญญาฉบับไหนร่างบังคับให้ผูกพันกันด้วยสุรา???
“ฮึ ฮึ ก็แค่อยากเปลี่ยนรสชาติ..มีอะไรมั้ย??” ว่าแล้วก็ซดว๊อดก้าลงคอไปอีกแก้ว..อาจจะด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ผ่านลงคอไปแบบไม่มีช่วงระยะเวลาให้ได้ถูกเมตะบอไลส์ แล้วเกิดการสะสมทำให้เพื่อนของเค้ามีอาการแปลกๆ ชีวอนจิบคอกเทลแก้วเดิมอีกครั้งพลางสังเกตอาการเพื่อนเป็นระยะ และในที่สุดก็เป็นหน้าที่ของคุณหมอที่ต้องลดตัวลงมาเป็นเวรเปลจนได้
แทบจะทุกครั้งที่ชีวอนต้องตามมาเป็นเจ้าหน้าที่เวรเปลแบบนี้ แต่ครั้งนี้ท่าจะหนักกว่าที่เคยเป็น เพราะคิบอมซัดว๊อดก้าเข้าไปแบบกะปริมาณไม่ได้ อาจจะเพราะไม่เคยชินกับแอลกอฮอล์รูปแบบใหม่ ทำให้สภาพคิบอมตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากศพที่ถูกหอบหิ้วออกจากผับเลยสักนิด
“นี่ฉันเรียนหมอมาเป็นป่อเต๊กตึ๊งเหรอวะ??” ทำได้เพียงแค่สบถกับตัวเองเบาๆเท่านั้น เพราะหากจะเค้นเอาคำตอบก็คงจะไม่มี ==”
ชีวอนหอบหิ้วร่างของเพื่อนซึ่งไร้สติมาแบบเก้กังๆก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าห้องพักหมายเลข 1209 มือเรียวเอื้อมไปกดกดกริ่งเบาๆ
ติ๊ง~ต่อง~!
ไม่นานประตูก็ถูกเปิดออกเผยให้เห็นเจ้าของห้องหน้าหวานที่สวมเสื้อคลุมสีขาวที่ออกมาต้อนรับด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร
“เข้ามาก่อนสิชีวอน พาเข้าไปในห้องเลยแล้วกัน เพราะให้ฉันหิ้วหมอนี่เข้าไปก็คงจะไม่ไหว” ชีวอนไม่ตอบอะไรได้เพียงแค่พาร่างของคิบอมไปโยนลงบนเตียงขนาดคิงส์ไซส์ด้วยเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย แต่ก็ไม่ได้ทำให้เจ้าเพื่อนตัวดีรู้สึกตัวเลยสักนิด
“เฮ้อ..ถึงซะทีนะ คราวหน้าฉันจะให้แกแบกบ้าง..คอยดู” บ่นเหมือนทุกครั้ง แต่ก็ไม่เห็นจะทำได้สักครั้ง สุดท้ายก็เป็นเป็นเค้าอยู่ดีที่ต้องแบกเจ้าเพื่อนแก้มแตกนี่มาส่งที่คอนโด
“ขอบใจนะชีวอน..ดื่มอะไรก่อนมั้ย” ร่างบางเอ่ยขอบคุณเหมือนเช่นทุกครั้ง เค้ารู้สึกเกรงใจเหลือเกินที่ต้องลำบากชีวอนแบกร่างแฟนตัวเองมาส่งแทบจะนับครั้งไม่ถ้วน
“ไม่เป็นไรหรอกทงเฮ แค่นี้เล็กน้อย เพราะยังไงมันก็เพื่อนฉัน”
“อ่อ..อืม..ขอบใจนะ”
“แต่ถ้าจะให้ดี นายช่วยเลิกทำให้มันเมาหัวราน้ำแบบนี้สักพักเถอะ สงสารมันว่ะ บอกตรงๆนะ ตั้งแต่เรียนมหาลัย ฉันยังไม่เคยเห็นมันเมาเหมือนหมาบ่อยขนาดนี้เลย” บอกตามความจริงให้เจ้าตัวเค้าได้รู้ ทำไมเค้าจะไม่รู้ว่าต้นเหตุที่ทำให้คิบอมเป็นแบบนี้ก็คงหนีไม่พ้น ‘อีทงเฮ’
พูดจบก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้คนตัวเล็กยืนกอดอกมองคนตรงหน้าที่นอนอย่างหมดสภาพพลางจะส่ายหัวช้าๆ ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมกับอ่างใบใสภายในบรรจุน้ำอุ่น มือบางค่อยๆหยิบผ้าขนหนูสีขาวชุบน้ำอุ่นบรรจงเช็ดไปตามโครงหน้าได้รูป ลากผ่านตั้งแต่หน้าผาก จรดปลายคาง ทุกครั้งที่ลากผ่านสันจมูกโด่งได้รูป ก็สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆปะทะมือเรียวจนต้องกระตุกมือออก
“นี่นายดื่มหนักขนาดนี้เลยเหรอ??” ส่ายหัวด้วยความระอาเล็กน้อยก้อนที่จะหันตัวไปเอาผ้าขนหนูวางไว้ข้างอ่างน้ำใบใส แล้วหันมาจัดการถอดเสื้อให้ร่างสูงอย่างที่เคยทำอยู่เป็นประจำ ผิวเนื้อเนียนขาวที่เคยเห็นบัดนี้กลับถูกเติมด้วยสีแดงไปทั่วทั้งร่าง บ่งบอกว่าตอนนี้อุณหภูมิของร่างสูงจะพุ่งขึ้นสูงถึงขั้นปรอทแตก ร่างบางค่อยๆเช็ดตัวให้อย่างเบามือ
มือหนาเหวี่ยงปัดไปมาด้วยความครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างสุดจะทน แต่ก็ไร้เรี่ยวแรงจะทำอะไรมากกว่านั้นได้ ความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายไหนเลยจะเท่าความร้อนรุ่มที่อัดอั้นอยู่ในก้อนเนื้อน้อยๆตรงอกข้างซ้าย ร่างสูงบิดตัวราวกับทรมานพร้อมกับธารใสที่ไหลรินออกมาโดยไม่รู้ตัว พลางนอนขดราวกับโหยหาไออุ่นจากใครสักคนที่ไม่เคยจะได้รับ...
“ขอโทษนะคิบอม...ฉันแค่ต้องการอิสระให้กับตัวเองบ้าง..ก็เท่านั้น”
LAW [in] LOVE
แสงสีทองสาดส่องผ่านผ้าม่านผืนบางที่กำลังโบกพลิ้วรับแรงลมอ่อนๆ เปลือกตาหนากระตุกเล็กน้อยเมื่อแสงแดดตกกระทบบวกกับสายลมที่สัมผัสใบหน้า ทำให้ต้องจำใจเปิดเปลือกตาขึ้นด้วยความยากลำบาก ความปวดที่ศีรษะปะทุขึ้นมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
“อ๊า...” แผดเสียงทุ้มต่ำด้วยความทรมาน พอดีกับที่ใครบางคนเดินเข้ามาพอดิบพอดี
“ตื่นแล้วเหรอ?? นอนต่อเถอะ สภาพแบบนี้คงไปทำงานไม่ไหวหรอก” เอ่ยเสียงเรียบพลางเลือกชุดในตู้เสื้อผ้าอย่างใจเย็น
“ฮึๆๆ..สนด้วยหรือไงว่าฉันจะเป็นหรือตาย” เอ่ยถามเสียงเย็นชวนขนลุก แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนถูกถามสะทกสะท้านแต่อย่างใด
“แล้วแต่จะคิด..” ตอบกลับไปด้วยเสียงเย็นเฉียบไม่แพ้กัน ก่อนจะเดินออกนอกห้องไปทันทีที่แต่งตัวเสร็จ ทิ้งให้คนโดนทิ้งจิ๊ปากอย่างไม่สบอารมณ์
“ออกไปหามันได้ทุกวัน ไม่เบื่อมั่งรึไง”
LAW [in] LOVE
“ทงเฮ..ทางนี้” เสียงเรียกจากมุมในสุดของร้านกาแฟเล็กๆร้านประจำ ไม่ใช่ใครที่ไหน...
“หวัดดีแทคยอน..มานานรึยัง” เอ่ยถามก่อนที่จะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกับชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาดีจนเป็นที่จับจ้องของสาวๆนักศึกษาทั่วร้าน
“ไม่เท่าไหร่หรอก..ถ้าเป็นนาย..นานแค่ไหนฉันก็จะรอ” เอ่ยพลางส่งสายตาสื่อความนัยไปให้ แต่เหมือนว่าคนตัวเล็กไม่รู้ถึงเจตนาที่คนตรงหน้าต้องการจะสื่อจึงได้แต่ยิ้มบางๆกลับไปให้เท่านั้น
“ดื่มอะไรดีล่ะวันนี้..” แทคยอนเอ่ยถามทั้งๆที่รู้ว่าทงเฮจะสั่งอะไร
“เหมือนเดิมนั่นแหละ ขี้เกียจคิด”
“ไม่คิดจะบริหารสมองมั่งรึไง..ถ้างั้นรอแปบนะ” ร่างสูงลุกไปสั่งกาแฟที่เคาน์เตอร์อย่างที่เคยทำอยู่เป็นประจำ ไม่นานนักมอคค่าเฟรบเป้ของโปรด พร้อมกับฟรุ๊ตเค้กหน้าตาน่ากินก็มาวางอยู่ตรงหน้าร่างบาง ทงเฮยิ้มเป็นเชิงขอบคุณก่อนจะลงมือจัดการกับของหวานอย่างมีความสุข โดยที่ไม่สนใจเลยสักนิดว่าภายนอกร้านมีสายตาคมคู่หนึ่งจับจ้องอยู่ด้วยความปวดร้าวอย่างแสนสาหัส
LAW [in] LOVE
อีกคืนแล้วที่คิบอมกลับมาพร้อมกับชีวอนด้วยสภาพที่เหมือนไม่ใช่คน และก็เป็นอีกคืนที่ทงเฮต้องคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้คิบอม ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น “คู่หมั้น” ของเขา แต่ทว่าคืนนี้..
พลั่ก!~
คิบอมจัดการจับทงเฮพลิกลงบนที่นอนก่อนที่จะขึ้นคร่อมแล้วรวบข้อมือบางทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนจะกระชากเนคไทของตัวเองออกมาแล้วพันธนาการข้อมือทั้งสองข้างของร่างบางไว้กับหัวเตียง
“นายจะทำอะไรของนายน่ะคิบอม ปล่อยนะ” เสียงเล็กแผดดังลั่น หยาดน้ำตาปริ่มคลอเตรียมที่จะเอ่อล้นได้ทุกเมื่อ ภายใต้ม่านน้ำตาแววตาแข็งกร้าวก็ฉายแววต่อสู้อย่างไม่ลดละ
“ฮึ..คิดจะสู้เหรอทงเฮ ดิ้นสิ ดิ้นแรงๆ นายจะได้รู้ว่านายไปไหนไม่รอดหรอก นายจะต้องอยู่กับฉัน คนเดียวเท่านั้น จำไว้!” ยิ่งห้ามไม่ให้ทำ ก็เหมือนยิ่งยุ ร่างสูงตะคอกเสียงแข็งกลับไป แต่คนตัวเล็กก็ไม่มีทีท่าจะกลัวเลยสักนิด
“ก็เอาสิ..แล้วนายจะรู้ว่าใครมันจะแน่กว่ากัน” เถียงกลับพลางดิ้นขลุกขลั่กเพื่อพยายามปลดปล่อยให้ตัวเองเป็นอิสระจากพันธนาการ
“ปากดีนักใช่มั้ย..อีทงเฮ..แล้วนายจะได้รู้รสชาติของความเจ็บปวดน่ะมันเป็นยังไง”
ริมฝีปากหนาจู่โจมครอบครองริมฝีปากบางอย่างรวดเร็วและร้อนแรง เค้นคลึงกดเบียดจนริมฝีปากบางบวมเจ่อ ลิ้นหนาสอดแทรกเข้าไปสำรวจยังโพรงปากหวานทั่วทุกซอกทุกมุม
ก่อนจะค่อยๆสร้างรอยรักสีกลีบกุหลาบให้แก่ซอกคอขาว ก่อนจะเริ่มลุกไล้มากขึ้น ริมฝีปากและนิ้วมือยังคงทำหน้าที่ประสานงานกันได้อย่างดีเยี่ยม มือหนาปัดป่ายไปทั่วร่างบางราวกับกำลังสำรวจพื้นที่บนดวงดาวดวงใหม่
“อึก ก ก ..” มีเพียงเสียงครางเบาๆที่เล็ดลอดออกมาเป็นระยะ นั่นยิ่งสร้างความรำคาญและไม่พอใจให้แก่ฝ่ายผู้กระทำเป็นอย่างมาก
“มีเสียงแค่นี้ใช่มั้ย.. ได้..ฉันจะทำให้นายร้องดังๆเอง” ว่าแล้วก็จัดการถอดกางเกงชุดนอนของทงเฮออก ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการกอบกุมส่วนอ่อนไหวอย่างรุนแรง..และไร้ซึ่งความปราณีสร้างความเสียวซ่านให้กับคนตัวเล็กไม่น้อย..
“อึก ก ก..ฮึกๆ ๆ ๆ” ร่างบางบิดตัวเร่าด้วยความทรมาน น้ำตาที่ปริ่มคลอในตอนนี้ได้ไหลออกมาเป็นทางยาวอย่างสุดจะกลั้น แต่ทว่าคนตัวโตก็ไม่สนใจใยดีเลยสักนิด
“ขอบ..คุณนะ..ฮึก ๆ ๆ” เอ่ยออกมาด้วยเสียงขาดห้วงเป็นระยะ
บัดนี้ร่างสูงรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่คนตัวเล็กได้รับผ่านเสียงสะอึกสะอื้นของผู้ถูกกระทำ สร้างความปวดร้าวให้ผู้กระทำได้ไม่น้อย คิบอมเงยหน้าขึ้นมองก็พบกับภาพที่ทำให้หัวใจของเค้าแตกเป็นเสี่ยง
ดวงหน้าหวานที่เคยสดใส กลับเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาจากฝีมือของเขา..
“ขอบคุณ..ที่นายทำให้..ฉันรู้ว่า..นายไม่เคยรักฉันเลย..แม้แต่นิดเดียว”
“ขอบ..คุณ..ที่นายทำ..ให้ฉัน..รู้ว่า..นายเป็นคนไม่รักษาสัญญา”
“สัญญานะว่าจะไม่ทำให้เราร้องไห้”
“อืม..สัญญา”
“สัญญาว่าจะไม่ทิ้งให้เราต้องอยู่คนเดียว”
“อืม”
“สัญญาว่าจะรักเราคนเดียว”
“รู้แล้วน่าเจ้าปลา..ขอเยอะจริง”
“ก็เรากลัวคิบอมไม่รักนิ”
“รักสิ..”
“จริงๆนะ”
“อืม..”
“สัญญา”
“สัญญา”
ถ้อยคำที่เคยเอื้อนเอ่ยเมื่อครั้งวันวานได้ผุดขึ้นในความคิดของเขาอีกครั้ง คิบอมกับทงเฮตกลงคบกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย แต่เมื่อทั้งคู่เรียนจบก็ต่างต้องไปดูแลกิจการของครอบครัวตัวเองในต่างประเทศ ทำให้ค่อยๆห่างกันไปเรื่อยๆจนเหมือนกับว่าเลิกกันไปโดยปริยาย แต่ในที่สุด..ทั้งคู่ก็ได้กลับมาพบกันอีกครั้งด้วยคำสั่งอาญาสิทธิ์ระหว่างผู้เป็นบิดาของคนทั้งคู่ ที่ได้ไปทำสัญญาว่าจะให้ลูกของตนนั้นแต่งงานกัน แต่ทว่าทั้งสองครอบครัวกลับมีลูกชายเพียงคนเดียวเท่านั้น และนั่นทำให้คิบอมและทงเฮกลับมาพบกันอีกครั้งในฐานะ “คู่หมั้น”
งานหมั้นถูกจัดขึ้นอย่างเงียบๆที่ชายทะเลมกโพบ้านเกิดของทงเฮ หลังจากนั้นกิจการของทั้งสองครอบครัวก็ถูกผนวกเข้าด้วยกันโดยมีผู้บริหารคนใหม่คือ ‘คิมคิบอม’
หลังจากนั้นคิบอมก็โหมงานอย่างหนัก และพาทงเฮย้ายออกมาอยู่คอนโดเพียงเพราะเหตุผลว่าใกล้บริษัท ซึ่งทงเฮก็ไม่ได้นึกรังเกียจหรือลำบากใจเลยที่จะอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแทนที่จะได้อยู่ในบ้านหลังใหญ่อย่างที่เคย ขอแค่มีคนๆนี้..ก็เพียงพอแล้ว
ระยะเวลาผ่านไปเรื่อยๆ..ทงเฮรู้สึกเหมือนกำลังถูกทิ้ง..จากที่กลับบ้านตรงเวลา..ก็ค่อยๆกลับดึกขึ้น..จนบางครั้งก็ไม่กลับเลย..เพียงเพราะเหตุผลว่าต้องอยู่เคลียร์งานที่บริษัท
บ่อยครั้งที่ทงเฮต้องนอนกอดหมอนข้างด้วยความหนาวเหน็บ..ยิ่งเวลาผ่านเลยไปก็ยิ่งทำให้ทงเฮเหงามากขึ้น แต่ทงเฮก็ยังคงเก็บตัวเงียบอยู่ในคอนโด จะมีบ้างเป็นครั้งคราวที่จะอกมาดื่มกาแฟหรือทานไอศกรีมกับเพื่อนเก่าหน้าตาดีนามว่า “แทคยอน”
แทคยอนเป็นเพื่อนกับทงเฮมาตั้งแต่เด็ก สนิทกันมากถึงขั้นที่ทงเฮไว้ใจ แต่ไฉนเลยจะรู้ว่าเจ้าคนตัวสูงนี่กำลังคิดไม่ซื่อกับตน...
คิบอมค่อยๆปล่อยมือแล้วจัดการแต่งตัวให้คนตัวเล็ก ก่อนจะเอื้อมมือไปแกะเนคไปออก รอยแดงที่ปรากฏบนข้อมือของคนตัวเล็กสร้างรอยแผลในใจให้กับคิบอมได้ดียิ่งนัก
ร่างสูงค่อยๆประคองคนตัวเล็กที่กำลังร้องไห้ตัวโยนมากอดไว้พลางเอามือลูบศีรษะเป็นเชิงปลอบประโลม แต่อาจจะด้วยความเหนื่อยล้าที่ได้รับ ไม่นานทงเฮก็เข้าสู่ห้วงนิทราโดยมีไหล่กว้างทำหน้าที่เป็นหมอน
คิบอมจัดการวางร่างบางลงยนเตียงอย่างเบามือเพื่อไม่ให้คนตัวเล็กต้องช้ำไปมากกว่านี้ก่อจะจัดการห่มผ้าให้ แล้วมอบจุมพิตอ่อนโยนลงบนหน้าฝากมน แต่คิบอมก็รู้ดีว่าคงไม่อาจลบความผิดที่ตนได้กระทำลงไปได้
“ขอโทษนะทงเฮ..”
LAW [in] LOVE
หนึ่งสัปดาห์แล้วนับจากเหตุ%8
ถึงจะรักแต่ก็ไม่ค่อยได้สนใจ ทิ้งให้ทงเฮเหงาอยู่คนเดียว
ก็สมควรแล้ว..ที่ทงเฮขออิสระเพื่อไปพบปะเพื่อนฝูงบ้าง
มันไม่ใช่ความผิดของทงเฮเลย
ถ้ารักกันจริงก็ควรจะเชื่อใจกันนะ
ไม่ใช่หึงหวงไม่มีเหตุผลแบบนี้
แล้วปกติตัวเองก็ไม่ค่อยจะมีเวลาให้ทงเฮอยู่แล้ว
ยังจะมาประชดโดยการเที่ยวดื่มจนเมากลับมาทุกวันอีก
หัดใส่ใจคนรักบ้างสิคิบอม.เข้าใจจิตใจทงเฮบ้างว่าเค๊าต้องการสิ่งใด.อย่าทำให้ทงเฮเสียใจอีกเลยนะ
สนุกมากค่ะไรเตอร์ แล้วมาต่ออีกนะ
#1 By tictac (125.26.60.201) on 2010-05-07 17:16